เอกสารราชการ

การตรวจวันหมดอายุบัตรประจำตัวประชาชน

บัตรประจำตัวและวันหมดอายุ

ปรับปรุง 3 ตุลาคม 2569

วันหมดอายุที่ใช้อ้างอิงคือวันที่พิมพ์บนบัตรใบที่ถืออยู่ ทะเบียนบ้านและหนังสือเดินทางเป็นคนละเอกสาร

การอ่านวันที่บนบัตร

  1. ใช้บัตรใบจริงที่ถืออยู่ในปัจจุบัน
  2. อ่านข้อความวันหมดอายุบนหน้าบัตร ให้ครบวัน เดือน และปีพุทธศักราช
  3. หากบัตรระบุว่าตลอดชีพ หรือไม่ปรากฏวันหมดอายุ ให้สอบถามสำนักทะเบียนอำเภอ สำนักงานเขต หรือจุดบริการของกรมการปกครอง
  4. หากแอปพลิเคชันของทางราชการไม่แสดงวันหมดอายุ ให้ยึดวันที่บนบัตรใบจริง ชื่อเมนูในแอปพลิเคชันอาจเปลี่ยนแปลง

ระยะเวลาในการติดต่อ

โดยทั่วไปสำนักทะเบียนรับคำขอทำบัตรใหม่ได้ก่อนวันหมดอายุ และกำหนดให้ติดต่อภายในระยะเวลาหลังวันหมดอายุ หากพ้นกำหนดอาจมีค่าปรับ อัตราและจำนวนวันให้เป็นไปตามประกาศที่ใช้บังคับในขณะนั้น

โปรดสอบถามจุดบริการหรืออ่านประกาศล่าสุดของกรมการปกครองก่อนเดินทาง เว็บไซต์นี้ไม่ระบุจำนวนวัน ค่าธรรมเนียม หรือเลขที่แบบคำขอ

หลักฐานที่ควรเตรียม

รายการต่อไปนี้เป็นหลักฐานที่จุดบริการมักใช้สำหรับกรณีบัตรหมดอายุ รายการที่ต้องใช้จริงให้เป็นไปตามที่จุดบริการแจ้งในวันติดต่อ

  • บัตรประจำตัวประชาชนใบเดิม
  • ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน หรือสำเนาตามที่จุดบริการกำหนด บางแห่งใช้ข้อมูลจากฐานทะเบียนจึงไม่เรียกสำเนา
  • กรณีบัตรหมดอายุเป็นเวลานาน จุดบริการอาจให้เจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือมาให้การรับรอง

สถานที่ติดต่อ

  1. ติดต่อสำนักทะเบียนตามภูมิลำเนา ได้แก่ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต
  2. สอบถามว่าขณะนั้นให้บริการข้ามเขตได้หรือไม่ และมีจุดบริการเคลื่อนที่หรือไม่
  3. จดชื่อจุดบริการ เวลาทำการ และหลักฐานที่ต้องนำไป จากประกาศของจุดบริการหรือจากเจ้าหน้าที่
  4. เมื่อเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้ว ให้ตรวจการสะกดชื่อและวันเกิดบนใบรับก่อนออกจากจุดบริการ

เมื่อได้รับบัตรใหม่

  • ตรวจวันหมดอายุบนบัตรใบใหม่ทันที
  • คืนบัตรใบเดิมตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
  • หากข้อมูลบนบัตรไม่ตรงกับทะเบียนบ้าน ให้ดำเนินการแก้ไขรายการทะเบียนตามที่สำนักทะเบียนแนะนำก่อน อย่าใช้แบบฟอร์มจากแหล่งที่ไม่ทราบที่มา